แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นที่น่าสนใจ

ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้
ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง หมู่ที่ 1 ตำบลหวายเหนียว อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นศาลเจ้าจีนโบราณ มีอายุหลายร้อยปี มีความแปลกประหลาดสวยงามที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่บรรจงตกแต่งได้อย่างลงตัวงดงามต่อสายตาผู้พบเห็น จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองกาญจนบุรีที่สำคัญของจังหวัดในอนาคต ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้มีความเป็น amazing ที่น่าสนใจคือมีต้นกร่างขนาดใหญ่ยักษ์ขนาด 27 คนโอบขึ้นปกคลุมตัวศาลไว้ทุกด้านยกเว้นประตูทางเข้าศาลเพียงด้านเดียวเท่านั้น นายอารามบอยได้ทราบข้อมูลจากนายเที้ยม จงเจริญ อายุ 81 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1ได้เล่าว่าท่านเป็นคนพื้นนี้โดยกำเนิด เกิดที่นี้จนกระทั่งจำความได้ก็เห็นศาลเจ้าตึกในโพรงไม้มีต้นกร่างขึ้นปกคลุมแล้วแต่มีความรกชัฏมากกว่านี้ สมัยเด็กเคยมาวิ่งเล่นกับเพื่อน แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ห้ามไม่ให้เข้าไปในศาลเพราะเชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองศาลเจ้าอยู่อาจจะไปลบหลู่ท่านโดยมิได้ตั้งใจชาวบ้านแถบนี้จะนับถือศาลเจ้าตึกโพรงไม้นี้มากมีการมาสักการะขอพรกันเป็นประจำ
วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร เป็นวัดโบราณที่ไม่มี การบันทึกไว้ว่าสร้างตั้งแต่ยุคใด แต่เชื่อกันว่าเก่าแก่ นับสองร้อยกว่าปี โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 รวมทั้งยังได้รับ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยกให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515
หลังจากกราบไหว้พระประธานที่อุโบสถใหญ่แล้ว ใกล้กันคือวิหารพระแท่น ที่มีโค้งประตูตกแต่งอย่างงดงามด้วยการใช้เครื่องปั้นดินเผามาประดับผนัง ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระแท่น (เตียงนอน) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นพระแท่น ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน นอกจากนี้ ที่นี่ ยังเป็นที่ประดิษฐานของ รอยพระพุทธบาทจำลอง ไม้ประดับมุก รอยพระบาทโบราณที่สลักลายมงคล 108 ประการ ที่สร้างตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา
ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่วนอุทยานที่อุดม สมบูรณ์ไปด้วยป่าเต็งรังธรรมชาติ รอบบริเวณนั้นมีความหลากหลายของสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช นักท่องเที่ยวจึงได้รับอากาศบริสุทธิ์สดชื่น พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ จากโบราณสถานใจกลางบรรยากาศร่มเย็นของป่าใหญ่แห่งนี้

วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร

โบราณสถานพงตึก

กรมศิลปากรขุดค้นพบโบราณสถานพงตึก เมื่อ พ.ศ. 2470หลักฐานทางโบราณคดีที่พบแสดงให้เห็นว่าเมืองโบราณพงตึก เป็นศิลปะแบบทวารวดีและได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ มีอายุอยู่ในราวพุทธศวรรษที่ 11-12 บริเวณโบราณสถานพงตึกพบซากโบราณสถานที่สร้างด้วยอิฐและศิลาแลงตลอดจนโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นตะเกียงแบบกรีก-โรมันสำริด พระพิมพ์ดินเผา พระนารายณ์สลักจากศิลาและภาชนะดินเผาแบบต่างๆ
โบราณสถานพงตึกในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองเมื่อพันกว่าปีก่อน ชาวเมืองนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ตัวเมืองตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมสำคัญบนเส้นทางจากประเทศอินเดียสู่ดินแดนทางตะวันออกผ่านภาคใต้ของประเทศพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ เป็นเมืองที่พักของคนเดินทางเนื่องจากตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางระหว่างเมืองสำคัญในสมัยโบราณ ประกอบด้วย เมืองกาญจนบุรีและเมืองราชบุรีเมืองราชบุรีและเมืองนครปฐม เมืองกาญจนบุรีและเมืองนครปฐม สาเหตุที่เมืองถูกทิ้งร้างสันนิษฐานว่าเพราะแม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน ซึ่งมีผลทำให้ตัวเมืองบางส่วนถูกทำลายและทำให้เส้นทางการเดินทางบกเปลี่ยนไปด้วย
